13. การใช้ฟังก์ชั่น find() ในการค้นหาข้อความย่อย ภายในข้อความที่กำหนด



ฟังก์ชั่น find() เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับค้นหาข้อความย่อย ในข้อความที่กำหนด ซึ่งผลการค้นหาจะส่งกลับออกมาในรูปของตัวเลขดัชนีตัวแรกที่พบ หากค้นไม่พบ จะคืนค่าเป็น -1

รูปแบบประโยคคำสั่ง

Given_string.find(Sub_string, Begin_index, End_index)

โดย
Given_string: คือข้อความเริ่มต้นที่จะใช้ในการค้นหา
Sub_string: คือ ข้อความที่ต้องการค้นหา คำนึงถึงตัวอักษรพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่
Begin_index: คือ ตัวเลขดัชนีเริ่มต้น ที่ต้องการใช้ในการค้นหา ซึ่งหากไม่ระบุ ก็จะเริ่มต้นที่ 0
End_index: คือ ตัวเลขดัชนีสุดท้าย ที่ต้องการใช้ในการค้นหา ซึ่งหากไม่ระบุ ก็จะเป็นตัวเลขดัชนีที่มีค่าสูงสุดของข้อความเริ่มต้น

ตัวอย่างคำสั่ง


in_str = "Detect source language automatically"
find_str = = 'source'


ret_index = in_str.find(find_str)
print (f"The input string: {in_str}") #เป็นการเรียกใช้ฟังก์ชั่น F-Strings
print(f"The position of '{find_str' substring is: ",ret_index)


ผลที่ได้


The input string: Detect source language automatically
The position of 'source' substring is: 12


หมายเหตุ:
F-strings เป็นวิธีการใหม่ในการจัดการสตริงใน Python เป็นไปตามข้อกำหนดการออกแบบ PEP 498 ในการสร้าง f-string คุณต้องนำหน้าด้วยตัวอักษร 'f' จุดประสงค์หลักคือการทำให้การแทนที่สตริงง่ายขึ้น
รูปแบบ
name = 'plakemphet'
experience = 40


result = f'My title is {name} and my exp is {experience}'
print(result)
หรือ
print (f'My title is {name} and my exp is {experience}')




ผลที่ได้ คือ My title is plakemphet and my exp is 40

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

1. ใช้ Thonny IDE เขียนโค้ด Python

7. ยันต์ ตรีนิสิงเห ยุคดิจิตัล ด้วย Python

9. การสร้าง ระบบสนทนา โต้ตอบอัตโนมัติ ด้วย (Python chat bot)